Blockchain เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ที่ 20 ภาคธุรกิจให้ความสำคัญ

December 24, 2020

เราได้ยินคำว่าบล็อกเชนกันมานานแล้ว และมักจะได้ยินเทคโนโลยี Blockchain ควบคู่ไปกับ Bitcoin วันนี้ลองมาทำความรู้จักบล็อกเชนให้มากขึ้น ว่าทำไมกันนะ หลายธุรกิจทั่วโลกถึงหันมาให้ความสำคัญกับเจ้าเทคโนโลยีนี้

Blockchain คืออะไร? เกี่ยวกับบิทคอยน์อย่างไร


ก่อนที่เราจะรู้จักกับ Blockchain นั้น การส่งข้อความหรือข้อมูลต่างๆ นั้นเป็นเรื่องปกติที่ทำได้บนอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว เรียกได้ว่าสามารถส่งข้อมูลหาใครก็ได้บนโลกเพียงแค่พริบตาเดียว แต่การส่งข้อมูลนี้เองต่างจากการส่งโดยทั่วๆ ไปแบบที่เราคุ้นชิน เพราะว่าเวลาเราส่งข้อมูล เช่น ไฟล์งานให้กับใคร ไฟล์ตัวจริงนั้นยังอยู่กับเรา แต่ที่เราส่งให้คนอื่นก็คือตัวสำเนาของไฟล์ต่างหาก ข้อดีของการส่งข้อมูลแบบนี้ ก็คือทำให้เราสามารถส่งไฟล์ได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็หมายความว่าใครๆ ก็สามารถดัดแปลงข้อมูลในไฟล์นั้น แล้วส่งต่อไปได้เรื่อยๆ แบบไม่รู้จบ จนเราแทบจะตรวจสอบไม่ได้เลยว่าจุดเริ่มต้นที่จริงของไฟล์นั้นหน้าตาเป็นอย่างไร และเส้นทางการเปลี่ยนแปลงนั้นผ่านอะไรมาบ้าง

อีกหนึ่งข้อจำกัดในการส่งสำเนาข้อมูลบนโลกอินเทอร์เน็ตก็คือ เราไม่สามารถจะส่งสิ่งของที่มีมูลค่าได้ เช่น เงิน หรือ ทอง เพราะอาจจะเกิดปัญหาการโอนมูลค่านั้นซ้ำ หรือ Double Spending ได้ เช่น เรามีเงินอยู่ 100 บาท แต่อาจจะพลาดส่งไปให้คุณแม่ 100 และคุณพ่อ 100 จนสุดท้ายมีคนได้เงินจริงๆ คนเดียว โลกของเราจึงได้คิดค้นสิ่งที่เรียกว่า ตัวกลาง เข้ามา ตัวกลางที่น่าเชื่อถือนี่เองจะช่วยให้การส่งมูลค่า (Value) เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ธนาคารที่เข้ามาเป็นตัวกลางเวลาเราต้องการโอนเงิน หรือ ตลาดหลักทรัพย์ที่มาเป็นตัวกลางในการซื้อขายหุ้นระหว่างบริษัทกับนักลงทุน ทำให้เรามั่นใจได้ว่าธุรกรรมจะเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง และน่าเชื่อถือ

ประโยชน์ที่ตัวกลางนี้จะได้รับก็คือการคิดค่าบริการจัดการในการทำธุรกรรมนั้น แน่นอนว่ามีความสนใจใช้งานตัวกลางนี้เป็นอย่างมาก สมัยนี้ใครๆ ก็ทำธุรกรรมผ่านธนาคาร จึงส่งผลให้ตัวกลางนั้นมีข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมเก็บไว้มากมาย และข้อมูลนี่เองที่มีมูลค่ามหาศาล จนเกิดการนำไปหาประโยชน์อื่นๆ เช่น การซื้อขายข้อมูล หรือขโมยข้อมูลตามข่าวที่เราได้ยินกันบ่อยๆ นั่นเอง

ในที่สุด ก็มีกลุ่มคนนิรนามที่ใช้ชื่อสมมติว่า Satoshi Nakamoto ได้ออกแบบระบบในการจัดการธุรกรรมแบบใหม่ ลักษณะเป็นโครงข่ายในการเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ หน้าตาคล้ายใยแมงมุม แทนที่จะใช้ตัวกลางหนึ่งเดียวในการทำธุรกรรม ระบบนี้จะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์มาประมวลผลข้อมูล โดยคอมพิวเตอร์ที่เข้ามาช่วยประมวลนี้ เราเรียกว่าเป็นสมาชิกเครือข่าย หรือ Node 

คอมพิวเตอร์หรือ Node ทุกตัวในระบบ จะมีการเก็บข้อมูลชุดเดียวกัน แต่เก็บแยกกัน เรียกได้ว่าเหมือนเรามีสมุดบัญชีธนาคารของบัญชีเดียวกันหลายเล่ม แล้วเราเก็บไว้หลายๆ ที่ นั่นเอง Node นี้จะดำเนินการด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอ Node อื่นๆ และถ้า Node ส่วนใหญ่มีการเก็บข้อมูลชุดไหนเอาไว้ เราก็จะถือว่าข้อมูลที่สมาชิกเครือข่ายส่วนใหญ่มี คือข้อมูลต้นแบบ ข้อมูลต่างๆ ก็จะถูกเก็บไว้ใน Block หลังจากนั้นก็เก็บข้อมูลแบบนี้ไปเรื่อยๆ ใน Block ต่อๆ ไป โดยแต่ละธุรกรรมเชื่อมโยงกันเป็นสายต่อเนื่อง หรือ Chain เราเลยเรียกสิ่งนี้ว่า Blockchain 

ข้อดีของ Blockchain 

  1. สร้างโลก Internet of Value หรือยุคที่เราส่งมูลค่าต่างๆ บนโลกออนไลน์ได้ แบบไม่ต้องกลัวปัญหา Double Spending
  2. ลดปัญหาตัวกลาง สามารถลดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมที่ต้องจ่ายให้ตัวกลางได้ ในขณะที่ยังคงความน่าเชื่อถือในระบบธุรกรรมไว้อยู่
  3. ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือ ตรวจสอบได้ และกลับไปแก้ไขข้อมูลในธุรกรรมในอดีตไม่ได้ 


อย่างไรก็ตาม อดัม สมิธ เคยเขียนไว้ในหนังสือชื่อ The Wealth of Nations ว่าไม่มีใครที่จะทำงานให้ใครฟรีๆ มันจำเป็นต้องมีแรงจูงใจ หรือ “Incentive” คอมพิวเตอร์แต่ละตัวในเครือข่ายหรือ Node  ที่คอยดำเนินธุรกรรมนี้จะต้องใช้ระบบซอฟต์แวร์เพื่อถอดสมการคณิตศาสตร์แข่งกันเพื่อประมวลผลข้อมูลธุรกรรม ดังนั้นผู้ที่ชนะก็จะได้รับ Bitcoin เป็นรางวัลจูงใจในการมาช่วยกันประมวลผลธุรกรรมนั่นเอง

ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็จะได้รับบิทคอยน์ไปแบบไม่อั้น ตัวบิทคอยน์นี้มีจำนวนจำกัดไม่เหมือนกับเงินทั่วไป ที่รัฐจะผลิตเท่าไหร่ก็ได้ จนเงินเฟ้อแทบจะหมดมูลค่าในหลายประเทศ​ ทำให้แม้จะไม่ได้มีการควบคุมโดยธนาคารกลาง แต่ผู้คนก็ให้ความเชื่อมั่นกับบิทคอยน์​ ด้วยคุณสมบัติคล้ายเงิน ที่หายาก ปลอมแปลงยาก และมีจำนวนจำกัด จนเรียกได้ว่าบิทคอยน์ก็คือสกุลเงินหนึ่ง เป็นสกุลเงินเข้ารหัสหรือ Cryptocurrency ที่ใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนได้ และระบบที่บิทคอยน์ใช้ก็คือ Blockchain เทคโนโลยีใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนโลก จนเราเรียกได้ว่านี่คืออินเทอร์เน็ต 2.0  

สุดท้ายแล้ว Blockchain ก็คือเครือข่ายที่เก็บและประมวลผลธุรกรรมทั้งหมดเอาไว้ รวมไปถึง Block Data ส่วนบิทคอยน์ก็คือรางวัลจูงใจ (Incentive) ที่มาช่วยให้คนมา verify ธุรกรรมในระบบ Blockchain กัน

ภาพอ้างอิงราคาหุ้นบริษัท Docusign จากเนื้อหาใน Podcast