บิทคอยน์ คืออะไร และทุกคำตอบเกี่ยวกับ Bitcoin ในที่เดียว

January 29, 2020

บิทคอยน์ คือ อะไร

บิทคอยน์ คือ สกุลเงินดิจิตอลหรือสกุลเงินเข้ารหัส (digital assets) ที่มีการทำงานบนระบบคอมพิวเตอร์ ที่จริงแล้วบิทคอยน์ก็เหมือนกับสกุลเงินอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นดอลลาร์หรือเงินบาท ที่สามารถนำไปใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการทั่วไปได้ตามปกติ ทั้งตามร้านค้าทั่วไป หรือว่าร้านค้าออนไลน์

 ข้อแตกต่างสำคัญระหว่างบิทคอยน์กับสกุลเงินทั่วไปก็คือ บิทคอยน์เป็นสกุลเงินดิจิตอล ทำงานบนระบบคอมพิวเตอร์ เราจึงไม่สามารถจับต้องบิทคอยน์ได้เหมือนการที่เรานับเงินบาทด้วยธนบัตรหรือเหรียญทั่ว ๆ ไป นั่นเอง

บิทคอยน์ คือ สกุลเงินดิจิตอล

บิทคอยน์ ไม่ใช่สกุลเงินดิจิตอลเดียวบนโลกนี้ แต่ว่าเป็นหนึ่งในหลายสกุลในโลกของคริปโตเคอเรนซี่ หรือที่เราเรียกสั้น ๆ ว่าคริปโต เนื่องจากบิทคอยน์เป็นคริปโตสกุลแรกที่เกิดขึ้นบนโลก คริปโตสกุลอื่น ๆ จึงได้ชื่อเรียกว่า อัลท์คอยน์ (Altcoins) ซึ่งเป็นตัวย่อของ Alternative coin หรือที่แปลว่าสกุลเงินทางเลือกนั่นเอง

บิทคอยน์ กับ บล็อกเชน (Blockchain)

บิทคอยน์ เกิดบนเครือข่าย Decentralized

บิทคอยน์มีพื้นฐานการทำงานแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) และเป็นสกุลเงินแรกที่ทำงานบนบล็อกเชนเป็นหลัก หมายความว่า บิทคอยน์มีการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้การทำธุรกรรมด้วยบิทคอยน์นั้นปลอดภัย ตรวจสอบได้ และรวดเร็ว โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีหน่วยงานหรือรัฐบาลใดมาควบคุม

โดยเครือข่ายคอมพิวเตอร์นี้ถูกกระจายอยู่ทั่วโลก แม้จะไม่มีใครรรู้ว่าจำนวนคอมพิวเตอร์ทั้งหมดในระบบมีอยู่เท่าไหร่ แต่ว่ามีคนลองคำนวณไว้ว่าอาจจะมีกว่าสามล้านเครื่องเลยทีเดียว

ด้วยความที่เครือข่ายของบิทคอยน์นั้นมีขนาดใหญ่มากๆ และคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องก็มีการประมวลผลบนเครือข่ายเดียวกัน มีชุดข้อมูลเดียวกัน ทำให้การจะเปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือว่าแฮ็คระบบบิทคอยน์นั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะว่าจะต้องมีการแฮ็คคอมพิวเตอร์ให้ได้มากกว่า 50% ในระบบ ก็คือหลายล้านเครื่องพร้อม ๆ กัน

ลองคิดดูว่า สมมติเรามีสมุดบัญชีเล่มเดียวที่จดบันทึกรายรับรายจ่ายเอาไว้ ถ้าเกิดว่ามีคนมาเปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือขโมยสมุดเราไป เราก็อาจจะไม่รู้เลยว่าข้อมูลจริงเป็นอย่างไร แต่ถ้าเกิดทุกคนในหมู่บ้านของเราหนึ่งร้อยครอบครัว มีสมุดบัญชีเดียวกัน ถ้าเกิดมีใครมาแก้สมุดบัญชีของเรา เราก็ยังมีอีก 99 บ้าน ที่จะมายืนยันได้ว่าข้อมูลที่ถูกต้องคืออะไร ระบบบล็อกเชนของบิทคอยน์จึงถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งระบบที่ปลอดภัยที่สุด สำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินนั่นเอง

การขุดบิทคอยน์คืออะไร

เนื่องจากบิทคอยน์ใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในการประมวลผล ทำให้ต้องใช้กำลังคอมพิวเตอร์ค่อนข้างมากหลาย ๆ เครื่อง การขุดบิทคอยน์ คือการเอาคอมพิวเตอร์ของตัวเอง มาใช้เพื่อประมวลผลธุรกรรมของบิทคอยน์ โดยรางวัลในการประมวลผลได้สำเร็จ ก็คือบิทคอยน์ และนี่ก็คือวิธีในการผลิตบิทคอยน์นั่นเอง

ใคร ๆ ก็สามารถนำคอมพิวเตอร์ของตัวเองมาร่วมในเครือข่ายได้ แต่ว่าการขุดบิทคอยน์นี้ใช้พลังงานและกำลังของคอมพิวเตอร์ค่อนข้างมาก จนอาจจะทำให้การขุดบิทคอยน์นั้นไม่คุ้มกับค่าไฟและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ หากว่าไม่ได้มีการออกแบบไว้ที่ดีพอ

หลาย ๆ บริษัทได้เปิดมาเพื่อขุดบิทคอยน์อย่างจริงจัง มีการตั้งระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เป็นโกดังโรงงานเลยทีเดียว โดยที่ขุดบิทคอยน์ขนาดใหญ่นี้เราเรียกว่า เหมืองบิทคอยน์

บิทคอยน์มีจำนวนเท่าไหร่?

แน่นอนว่าบิทคอยน์ไม่ได้มีธนาคารกลางมาควบคุมการผลิตเหมือนกับค่าเงินอื่น ๆ แต่ก็ใช่ว่าใครจะผลิตบิทคอยน์เท่าไหร่ก็ได้ การขุดบิทคอยน์เป็นวิธีในการสร้างบิทคอยน์ออกมา หรือนำออกมาใช้นั่นเอง เปรียบได้กับการพิมพ์เงินจากธนาคารกลาง

บิทคอยน์ทั้งหมดมีจำกัดอยู่ที่ 21 ล้านบิทคอยน์ ทุกครั้งที่ระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผลธุรกรรมสำเร็จ หรือเกิดบล็อกใหม่ ในบล็อกเชน ซึ่งจะเกิดขึ้นทุกสิบนาทีโดยประมาณ นักขุดก็จะได้รับบิทคอยน์จำนวนหนึ่งเป็นรางวัล เมื่อต้นปี 2020 รางวัลนี้อยู่ที่ 12.5 บิทคอยน์ แต่ทุก ๆ สี่ปี จำนวนบิทคอยน์ที่นัดขุดได้รับจะลดลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งเราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Havling (ฮาล์ฟฟิง) และหลังจากการฮาล์ฟฟิ่ง วันที่ 13 พฤษภาคม 2020 รางวัลในการขุดบิทคอยน์ก็ลดลงเหลือ 6.25 บิทคอยน์ต่อบล็อกเท่านั้น จุดประสงค์ของการฮาล์ฟฟิงก็คือการป้องกันเงินเฟ้อ ไม่ให้ใครก็ผลิตบิทคอยน์ได้ และทำให้บิทคอยน์มีจำนวนจำกัด

ภายในปี 2104 บิทคอยน์ทั้ง 21 ล้านบิทคอยน์จะถูกขุดออกมา ทำให้ไม่มีบิทคอยน์สามารถเกิดขึ้นใหม่ในโลกได้อีก นี่ทำให้แม้ว่าหนึ่งบิทคอยน์มีราคาขึ้นไปถึงพันล้านบาท เราก็ไม่สามารถจะผลิตบิทคอยน์ออกมาเพื่อลดมูลค่า หรือแก้ไขปัญหาเงินฝืดได้ แต่ข้อดีของบิทคอยน์ก็คือ เราสามารถแบ่งบิทคอยน์ออกได้เป็นทศนิยมแปดหลัก แม้ว่าบิทคอยน์จะมีมูลค่าสูงมากในอนาคต เราก็ไม่จำเป็นจะต้องใช้จ่ายทีละหนึ่งบิทคอยน์ แต่เราสามารถใช้ทีละ 0.000000001 บิทคอยน์ก็ได้

ใครคือผู้สร้างบิทคอยน์?

หลังจากที่ ซาโตชิ นากาโมโต ได้เปิดเผยบิทคอยน์ออกมาให้โลกได้รู้จักเมื่อปี 2008 ก็ไม่มีใครสามารถระบุตัวตนที่แท้จริงของเขาได้มาจนถึงทุกวันนี้ ซาโตชิอาจจะเป็นชายชาวญี่ปุ่นตามชื่อของเขา หรือว่ากลุ่มคนจากที่ไหนสักแห่งก็ได้

แต่แม้ว่าผู้สร้างบิทคอยน์จะยังคงเป็นความลับ บิทคอยน์ก็ได้เป็นแรงบันดาลใจให้สกุลเงินดิจิตอลอื่น ๆ อีกหลายร้อยหลายพันสกุลเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ ซึ่งเราเรียกสกุลเงินเหล่านี้ว่า อัลท์คอยน์ (Altcoins)

คนสร้างบิทคอยน์ ซาโตชิ นากาโมโตะ

บิทคอยน์ ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

แม้ว่าบิทคอยน์จะยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในวงกว้าง เมื่อเทียบกับสกุลเงินทั่วไปอย่างเงินบาท หรือการใช้บัตรเครดิต แต่ก็มีหลายองค์กร ธนาคาร หรือว่าร้านค้าที่เริ่มรับชำระเงินด้วยบิทคอยน์บ้างแล้ว ที่สำคัญ บิทคอยน์ยังมีประโยชน์มากมายเมื่อเทียบกับสกุลเงินทั่วไป หรือว่าระบบการเงินแบบเดิม ๆ ไม่ว่าจะเป็น

ธุรกรรมระหว่างประเทศ

คุณสามารถใช้บิทคอยน์โอนเงินไปต่างประเทศได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยปลายทางจะได้รับเงินในเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง พร้อมด้วยค่าธรรมเนียมที่ต่ำมาก ๆ แค่ 0.4% ของจำนวนเงินที่ทำธุรกรรม แม้ว่าค่าธรรมเนียมอาจจะสูงหรือต่ำกว่านี้ได้ แตกต่างกันไปตามผู้ให้บริการ แต่เมื่อเทียบกับวิธีเดิม ๆ ในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ที่คุณอาจจะต้องรอหลายวันกว่าจะได้รับเงิน ต้องเดินทางไปโอนเงินที่เคาน์เตอร์ด้วยตัวเอง อีกทั้งยังต้องเสียค่าธรรมเนียมหลายร้อยบาท บิทคอยน์ก็ถือได้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีเลยทีเดียว

ซื้อสินค้าและบริการ

อย่างที่เราได้เกริ่นกันเอาไว้  ว่าในปัจจุบันอาจจะยังมีร้านค้าจำนวนไม่มากที่รับการชำระเงินด้วยบิทคอยน์ แต่คุณก็สามารถใช้บิทคอยน์แทนเงินสดในการซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ทั้งทางออนไลน์และร้านค้าทั่วไปได้เรียบร้อยแล้ว บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft ก็ได้เริ่มรับบิทคอยน์มาเป็นเวลาหลายปี โดยคุณสามารถตรวจสอบร้านค้าที่รับ Bitcoin ได้ที่ Use The Bitcoin

สะสมทรัพย์

ราคาของบิทคอยน์อาจจะยังมีความผันผวนอยู่มาก เช่นเมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา บิทคอยน์ราคาตกลงไป 30-40% ในคืนเดียว ในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ที่ตลาดหุ้น ราคาน้ำมัน และราคาทองก็มีความผันผวนเช่นกัน แต่ในบางประเทศที่ค่าเงินของตัวเองไม่ค่อยมั่นคง เช่น เวเนซูเอล่า ที่มีภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรง ทำให้เงินล้านอาจจะเหลือมูลค่าเป็นศูนย์ได้ในข้ามคืน จนคนต้องหอบเงินเป็นกระสอบ ๆ เพื่อไปซื้อข้าวแค่จานเดียว บิทคอยน์ก็ยังคงเป็นทางเลือกที่ดีในการเก็บสะสมเงิน

เทรดค่าเงิน

อย่างที่เราทราบกันดีว่าราคาของบิทคอยน์มีความผันผวนตลอดเวลา ทำให้การเทรดบิทคอยน์นั้น เป็นอีกหนึ่งในทางเลือกที่ดีเพื่อการทำกำไรของนักลงทุน การเทรดบิทคอยน์นั้นก็ไม่ต่างอะไรจากการเทรดหุ้น คุณซื้อในราคาต่ำและขายในเวลาต่อมาเมื่อราคาบิทคอยน์สูงขึ้น แต่เมื่อเทียบกับหุ้นแล้ว บิทคอยน์มีการเปลี่ยนแปลงของราคาบ่อยครั้งมากกว่า และอาจจะมีความผันผวนในระยะสั้นมากกว่า ซึ่งทำให้นักลงทุนมีโอกาสในการทำกำไรมากกว่าเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนที่เราเรียกกันแบบไม่เป็นทางการว่า Hodlers ที่มาจากคำว่า Holder แบบที่สะกดผิดนั่นเอง คำนี้มีที่มาจาก เมื่อหลายปีก่อนตอนที่บิทคอยน์ราคาตกลงอย่างรุนแรง มีชายคนหนึ่งในอินเทอร์เน็ตโพสว่าตัวเองจะ HODL ก็คือ Hold (ถือครอง) แบบสะกดผิด เขาบอกว่าจะไม่ขายอย่างแน่นอน แต่อินเทอร์เน็ตดันชอบความสะกดผิดนี้ จนกลายเป็นมีม (Meme) ดังในชั่วข้ามคืนและเป็นศัพท์เฉพาะวงการในที่สุด กลุ่ม Hodlers นี้เชื่อว่า บิทคอยน์จะเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งหมายความว่าราคาของบิทคอยน์ก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน ทำให้ Hodlers ซื้อบิทคอยน์เก็บไว้ในระยะยาวเป็นการออมเงินอีกทางนั่นเอง

ประโยชน์ของบิทคอยน์

ผลตอบแทนจากการเทรดบิทคอยน์ เป็นอย่างไร?

ราคาบิทคอยน์นั้นมียังมีความผันผวนค่อนข้างมาก ถ้าเทียบกับเทรดหุ้น ที่ถึงจะมีการตกลงมามากได้ แต่บิทคอยน์ไม่มี Cicuit Breaker หรือการหยุดเทรดระยะสั้นเพื่อพักตลาด เหมือนการเทรดหุ้น เพราะว่าบิทคอยน์นั้นไม่มีองค์กรใดมาควบคุม ดังนั้นบิทคอยน์อาจจะยังมีความเสี่ยงอยู่เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ทั่วไป แต่ว่าโอกาสทำกำไรก็มีมากไม่ต่างกัน

ถ้าคุณลงทุนในบิทคอยน์เมื่อต้นปี 2019 แล้วขายตอนปลายปี คุณอาจจะทำกำไรได้ถึง 96.81% ในเวลาเพียงแค่ 12 เดือนเท่านั้น เนื่องจากราคาเฉลี่ยของบิทคอยน์ในเดือนมกราคม 2019 นั้นอยู่ที่ 3,706 ดอลลาร์สหรัฐ และราคาเฉลี่ยของบิทคอยน์ในเดือนธันวาคมของปีเดียวกันนั้นอยู่ที่ 7,293 ดอลลาร์สหรัฐ

แต่ถ้าเราย้อนกลับไปมองในปีก่อนหน้า เมื่อเดือนมกราคม 2018 ราคาบิทคอยน์ได้พุ่งขึ้นไปถึง 13,044 ดอลลาร์สหรัฐโดยเฉลี่ย และหลังจากนั้นก็ตกลงมาอย่างรุนแรงจนราคาเฉลี่ยในเดือนธันวาคมอยู่ที่ 3,732 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแตกต่างกันถึง -71.39%

แน่นอนว่าการเทรดบิทคอยน์นั้นมีความเสี่ยง เราจึงอยากแนะนำให้คุณวางแผนเตรียมตัวสำหรับกรณีที่เลวร้ายที่สุดไว้เสมอ เพราะนอกจากโอกาสในการทำกำไรจำนวนมากในเวลาสั้น ๆ แล้ว คุณก็ยังมีโอกาสที่จะขาดทุนจำนวนมาก หรือเสียเงินลงทุนเกือบทั้งหมดไปได้ในเวลาไม่นานเช่นกัน เราแนะนำให้คุณบริหารความเสี่ยงและกระจายพอร์ตการลงทุน

*ข้อมูลราคาจาก Coinmarketcap ในหน่วยดอลลาร์สหรัฐ

เริ่มต้นเทรดบิทคอยน์ อย่างไรดี?

การเริ่มต้นเทรดบิทคอยน์นั้นไม่ยากเลย แค่คุณมีบัญชีหรือกระเป๋าบิทคอยน์ ซึ่งเปรียบเหมือนบัญชีธนาคาร ที่เอาไว้เก็บบิทคอยน์ ซึ่งการเปิดบัญชีนี้ก็ต้องมีการระบุตัวตนตามกฎหมายของแต่ละประเทศ จากนั้นคุณก็แค่เข้าไปในเว็บไซต์ แล้วก็เลือกว่าจะซื้อบิทคอยน์เพิ่ม หรือขายบิทคอยน์ออกไป ระบุจำนวน แล้วก็ทำการซื้อขายได้เลย

บางเว็บไซต์อาจจะให้คุณโอนเงินชำระบิทคอยน์เมื่อทำรายการสั่งซื้อ หรือผู้ให้บริการบางที่อาจจะให้คุณโอนเงินบาทไปเก็บไว้ก่อนรอซื้อขาย ขั้นตอนตรงนี้จะแตกต่างกันไป

นอกจากนี้ คุณยังสามารถแลกเปลี่ยนบิทคอยน์เป็นสินทรัพย์ดิจิตอลอื่น ๆ ได้ เช่น มีบิทคอยน์อยู่ จะขายเพื่อแลกเป็นไลท์คอยน์ หรือว่าจะเปลี่ยนเป็นทองคำก็ได้ แล้วแต่ว่าผู้ให้บริการเจ้านั้นจะมีเปิดให้บริการแลกเปลี่ยนคู่สินทรัพย์อะไรบ้าง

เราแนะนำว่าให้คุณตรวจสอบผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้ และได้รับการรับรองอย่างถูกต้องจาก ก.ล.ต. เพื่อจะให้มั่นใจได้ว่าสินทรัพย์ของคุณจะได้รับการดูแลด้วยระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน โดยสามารถตรวจสอบได้ที่ลิงก์นี้ https://www.sec.or.th/TH/Pages/Shortcut/DigitalAsset.aspx

ถ้าคุณยังลังเลอยู่ว่าจะเริ่มต้นเทรดเหรียญไหนก่อนดี นอกจากบิทคอยน์แล้วยังดูมีเหรียญอื่น ๆ น่าสนใจอีกมาก ลองอ่านบทความของเราได้ที่นี่เลย

ความท้าทายของบิทคอยน์

บิทคอยน์นั้นเป็นเทคโนโลยีที่อาจจะมาพลิกโฉมหลายอุตสาหกรรมให้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้มีแรงต้านทานในการออกกฎหมายที่เกี่ยวกับบิทคอยน์จากหลายฝ่ายในหลายประเทศ จนกฎระเบียบต่าง ๆ รวมไปถึงการจัดเก็บภาษี ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น

นอกจากนี้แล้ว การใช้บิทคอยน์ยังไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อเทียบกับทางเลือกในการชำระเงินอื่น ๆ เช่นการใช้เงินสด บัตรเครดิต หรือว่า Paypal นี่เป็นโอกาสให้ผู้ที่ไม่หวังดีเข้ามาฉกฉวยหาผลประโยชน์จากคนที่ไม่ได้เชี่ยวชาญในการใช้บิทคอยน์ จนหลายคนเกิดความกังวลกับภาพลักษณ์ที่ดูไม่ปลอดภัยนัก

Zipmex จึงมุ่งมั่นที่จะให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนมากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เพื่อให้คุณเริ่มเทรดบิทคอยน์ได้อย่างสบายใจและปลอดภัย คุณสามารถส่งข้อความหรือโทรหาเราได้ตลอดเวลาที่คุณมีคำถาม ทีมงานของเราทุกคนเต็มใจและพร้อมให้บริการทุกคนเสมอ

บิทคอยน์ถูกกฎหมายหรือยัง?

สถานะของบิทคอยน์ยังแตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศ บางประเทศมีการอนุญาตให้เทรดบิทคอยน์ได้ บางประเทศก็มีการให้บิทคอยน์เป็นเหมือนสกุลเงินทั่วไป ก็คือสามารถชำระหนี้ได้ตามกฏหมายแล้ว

เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2019 ที่ผ่านมา นิวซีแลนด์ได้ทำให้การจ่ายเงินเดือนด้วยบิทคอยน์เป็นเรื่องถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนญี่ปุ่นก็ได้ให้บิทคอยน์เป็นเงินที่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมายไปเมื่อเมษายน 2017 และแม้ว่าประเทศจีนจะมีการแบนบิทคอยน์ แต่ก็ได้ผ่านร่างกฎหมายเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิตอลที่จะเริ่มใช้งานในปี 2020

หลายประเทศก็ยังมีกฎระเบียบเกี่ยวกับการเทรดบิทคอยน์โดยตรงเช่นกัน เช่นในสหรัฐอเมริกา ผู้ให้บริการแพลทฟอร์มการเทรดบิทคอยน์นั้นจะต้องได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องภายใต้ Bank Secrecy Act

ส่วนประเทศไทยของเรา ทาง ก.ล.ต. ก็ได้ออกกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเทรดบิทคอยน์ออกมาเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นผู้ให้บริการแพลทฟอร์มการเทรดสกุลเงินดิจิตอลทุกรายจะต้องได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง คุณสามารถตรวจสอบรายชื่อของผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่ลิ้งก์นี้ https://www.sec.or.th/TH/Pages/Shortcut/DigitalAsset.aspx

Zipmex หวังว่า บทความนี้จะช่วยตอบคำถามได้ว่า บิทคอยน์ คืออะไร รวมไปถึงเรื่องเกี่ยวกับบิทคอยน์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น Altcoin คืออะไร การขุดบิทคอยน์ เหมืองบิทคอยน์ หรือว่ากฎหมายเกี่ยวกับบิทคอยน์ ให้คุณเริ่มต้นเทรดบิทคอยน์ได้อย่างมั่นใจ Zipmex ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องจาก ก.ล.ต. เรียบร้อย และพร้อมเปิดให้บริการให้คุณได้เริ่มต้นเทรดบิทคอยน์ และสินทรัพย์ดิจิตอลอย่างปลอดภัยไปด้วยกันเร็ว ๆ นี้ ติดตามข่าวสารพร้อมวันเปิดตัวของเราได้ที่ Facebook หรือ Twitter ได้เลย

ปล. สกุลเงินดิจิตอลเป็นคำที่นิยมใช้กันทั่วไป ส่วนการสะกดที่ถูกต้องตามราชบัณฑิตยสถานคือคำว่า สกุลเงินดิจิทัล