Altcoin คืออะไร และเราควรลงทุนเหรียญไหนก่อนดี

February 13, 2020

Altcoin คือ อะไร

อัลท์คอยน์ หรือ Altcoin คือ สกุลเงินดิจิตอลที่ไม่ใช่บิทคอยน์ มีที่มาจากคำว่า Alternative ที่แปลว่าทางเลือก และ Coin ที่แปลว่าเหรียญ สรุปว่ามันก็คือเหรียญทางเลือก (จากบิทคอยน์) นั่นเอง เนื่องจากหลังบิทคอยน์ได้เกิดขึ้นบนโลกเมื่อปี 2008 ก็ได้เป็นแรงบันดาลใจให้อีกหลายคนทั่วโลกสร้างสกุลเงินดิจิตอลของตัวเองขึ้นมาบ้าง ส่วนใครยังไม่แน่ใจว่าบิทคอยน์คืออะไร อย่าลืมแวะไปอ่านบทความเรื่อง บิทคอยน์ คืออะไร และทุกคำตอบเกี่ยวกับ Bitcoin ในที่เดียว ของเราก่อน

ปัจจุบัน Altcoin ทั่วโลกมีมากกว่า 5,000 สกุล และแน่นอนว่าเราสามารถเทรด Altcoin ได้ไม่ต่างจากการเทรดบิทคอยน์เลย ปัจจุบันมูลค่าการเทรด Altcoin คิดเป็นประมาณ 35% ของตลาดคริปโตทั้งหมด (ณ เดือนเมษายน 2020) จะเห็นได้ว่าจากกราฟด้านล่างนี้ สีส้มคือเปอร์เซ็นต์มูลค่าการเทรดบิทคอยน์ ซึ่งในช่วงแรกนั้นการเทรดเกือบทั้งตลาดคริปโตจะเป็นบิทคอยน์เกือบทั้งหมด และในช่วง 2018 เป็นช่วงที่ Altcoin ได้รับความนิยมมาก ๆ จนมีช่วงหนึ่งที่ Ethereum มีการเทรดถึงเกือบ 30% ของตลาด ทำให้สัดส่วนการเทรดบิทคอยน์เมื่อเทียบกับตลาด (Bitcoin Dominancec Rate) ตกลงไป หลังจากนั้นบิทคอยน์ในกราฟสีส้มก็ดีดตัวขึ้นมาได้รับความนิยมสูงสุดเหมือนเดิม แต่จะเห็นว่า การเทรด Altcoin ก็ยังมีค่อนข้างมากอยู่ทีเดียว

กราฟ แสดงว่าAltcoin ได้รับความนิยมมากขึ้น

Altcoin แต่ละประเภทนั้นมีจุดเด่นและจุดด้อยแตกต่างกันออกไป บางประเภทนั้นอาจจะต้องใช้การขุดออกมาเหมือนกับบิทคอยน์ หรือบางประเภทก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นสกุลเงินเพื่อใช้จ่ายเหมือนบิทคอยน์ด้วยซ้ำ เราลองมาทำความรู้จักกับ อัลท์คอยน์ ชื่อดังกันดู

Ethereum คือ อะไร

อีเธอเรียม หรือ Ethereum (ETH) คือ อีกหนึ่ง Altcoin ชื่อดัง ที่มีปริมาณการเทรดมากเป็นอันดับสองรองจากบิทคอยน์ โดย ETH นั้นถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2015 โดยไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อธุรกรรมทางการเงินอย่างบิทคอยน์ แต่มันคือแพลตฟอร์มแบบกระจายศูนย์ (Decentralized software platform) เพื่อให้ Smart Contract หรือสัญญาอัจฉริยะ และ Decentralized Applications (DApps) สามารถทำงานได้ โดยไม่มีการฉ้อโกง การควบคุม การแทรกแซง และความไม่เสถียร เกิดขึ้น การใช้งาน Ethereum นั้นเกิดขึ้นผ่านโทเคนเข้ารหัสที่ใช้สำหรับแพลตฟอร์มนี้เท่านั้น ซึ่งเรียกว่า Ether

Ethereum อ้างไว้ว่า แพลตฟอร์มนี้สามารถถูกใช้งานเพื่อ เข้ารหัส ทำงานแบบกระจายศูนย์ จัดเก็บ และเทรดได้เกือบทุกอย่าง เช่น สมมติเราจะทำเรื่องซื้อบ้านด้วยเงินสด แต่เราไม่มั่นใจว่าถ้าเราโอนเงินไปก่อนแล้ว คนขายจะมอบกรรมสิทธิ์บ้านให้เป็นของเราหรือไม่ ส่วนในฐานะคนขาย เราก็ไม่มั่นใจว่าคนซื้อมีเงินจริง ๆ หรือไม่ ถ้าไม่มีการเอาเงินมาวางก่อน เมื่อไม่มีตัวกลางที่ทั้งสองฝ่ายเชื่อถือได้ เราสามารถใช้ Smart Contract เข้ามาทำสัญญา โดยการให้อีกฝ่ายลงเงินไว้ก่อน แล้วเงินจะถูกโอนไปหาเจ้าของบ้านก็ต่อเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว เพื่อความสบายใจทั้งสองฝ่าย

Ethereum ถูกสร้างขึ้นโดย Vitalik Buterin เด็กหนุ่มอัจฉริยะชาวรัสเซีย ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยอยู่ในทีมพัฒนาของ Bitcoin ก่อนจะแยกตัวออกมาสร้าง Ethereum และได้รับการสนับสนุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง J.P Morgan Chase, Microsoft และ Intel

ตัว Ethereum เองนั้นที่จริงแล้วไม่ใช่แค่สกุลเงินดิจิตอล แต่ว่าคือตัวบล็อกเชนที่ใช้สกุลเงิน Ether โดยหนังสือพิมพ์ The New York Times ได้อธิบายเอาไว้ว่า Ethereum คือคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวที่ทำงานบนเครือข่ายผู้ใช้งาน และผู้ใช้งานก็ได้รับผลตอบแทนเป็น Ether คล้ายกับการขุดบิทคอยน์นั่นเอง Ethereum คือการจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดของธุรกรรมแบบที่สามารถแชร์กันได้ อีกทั้งยังเป็นระบบที่ให้นักพัฒนามาต่อยอดนำไปทำโปรแกรมอื่น ๆ ได้อีกด้วย ในขณะที่บิทคอยน์ไม่สามารถทำได้ ลองอ่านช้อมูลเพิ่มเติมใน white paper ของ Ethereum ได้ที่นี่

Ripple คือ อะไร

Ripple (XRP) หรือ ริปเปิล นั้นเป็นทั้งชื่อของแพลตฟอร์ม และสกุลเงินเอง โดยถูกออกแบบมาเพื่อให้ธุรกรรมทางการเงินสามารถเกิดขึ้นได้แบบรวดเร็วทันที โดยเฉพาะการโอนเงินระหว่างประเทศ ข้อแตกต่างที่สำคัญจากบิทคอยน์ก็คือ Ripple ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้คนธรรมดาใช้ได้ง่าย ๆ เหมือนบิทคอยน์ แต่ต้องการมาแก้ปัญหาการโอนเงินระหว่างประเทศทั่วโลก และ Ripple นั้นได้ขายโทเคนหรือเหรียญออกมาหมดตั้งแต่ตอนแรกที่เปิดตัวแล้ว และไม่มีการปล่อยเหรียญออกมาเพิ่มผ่านการขุดแบบบิทคอยน์ ทำให้ต้องใช้พลังงานและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการน้อยกว่ามาก

Ripple นั้นถูกเริ่มต้นคิดมาตั้งแต่ปี 2004 แต่ว่าได้เริ่มต้นจริง ๆ เมื่อปี 2013 เมื่อ Jed McCaleb ผู้สร้าง Donkey network ได้ชวนนักลงทุนทั่วโลกมาลงทุนในโปรเจ็คแรกที่ชื่อว่า Ripple Labs ซึ่งร่วมก่อตั้งโดย Chris Larsen ทุกวันนี้ Ripple ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทหลายแห่งทั่วโลกรวมไปถึง Google และธนาคารไทยพาณิชย์ของประเทศไทย ที่ได้เข้าร่วมเครือข่าย RippleNet สำหรับการทำธุรกรรมระหว่างประเทศให้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น แทนระบบ SWIFT แบบเดิม

มีคนพูดไว้ว่า Ripple นั้นคล้ายกับไพ่โจ๊กเกอร์ เพราะว่าตัวโทเคนเองสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นอะไรและใช้ทำธุรกรรมอะไรก็ได้ ตั้งแต่ใช้โอนเงินดอลลาร์ไปเงินบาท หรือว่าจะโอนแต้มบัตรเครดิต หรือแต้มสายการบินก็ได้ ด้วยเวลาประมวลผลและค่าธรรมเนียมที่ต่ำมาก ๆ

Litecoin คือ อะไร

Litecoin หรือ ไลท์คอยน์ (LTC) ถูกสร้างโดยอดีตวิศวกรของ Google ที่ชื่อว่า Charles Lee เพื่อเป็นอีกหนึ่ง Altcoin ทางเลือกให้กับนักลงทุน โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาต่อยอดแนวคิดของตัวบิทคอยน์เองให้ดีมากขึ้นไปอีก

ข้อแตกต่างที่สำคัญก็คือ บล็อกใหม่ในบล็อกเชนจะถูกสร้างขึ้นแบบเร็วมาก ๆ เทียบกับบิทคอยน์ที่บล็อกใหม่จะถูกสร้างขึ้นทุก ๆ ประมาณสิบนาที นี่ทำให้การทำธุรกรรมหรือโอนเหรียญ Litecoin นั้นเร็วกว่าบิทคอยน์มาก แต่ข้อเสียก็คือ บล็อกเชนของตัว Litecoin เองนั้นมีขนาดใหญ่กว่าบิทคอยน์มาก และอาจจะทำให้เกิดบล็อกที่ผิดพลาดขึ้นมาได้ง่ายกว่า

ไลท์คอยน์นั้นมีจำนวนจำกัดเช่นเดียวกับบิทคอยน์ โดยมีปริมาณสูงสุดอยู่ที่ 84 ล้านเหรียญ และจะเข้าสู่ระบบได้ผ่านการขุด ไม่ต่างจากบิทคอยน์

Bitcoin Cash คือ อะไร

Bitcoin Cash (BCH) คือ Altcoin ที่แยกตัวออกมาจากบิทคอยน์โดยตรง โดยวิธีการที่เราเรียกว่า Hard Fork โดยเกิดจากนักพัฒนาและนักขุดบิทคอยน์กลุ่มหนึ่งที่เชื่อว่าบิทคอยน์เองจะมีปัญหาในอนาคตเมื่อมีธุรกรรมในระบบเพิ่มมากขึ้น แม้จะได้มีการพยายามแก้ปัญหาโดยวิธีอื่น ๆ มาก่อนแล้ว

ดังนั้นเมื่อสิงหาคมปี 2017 Bitcoin Cash ก็ได้เกิดขึ้นโดยมีบล็อกเชนเป็นของตัวเอง ให้นักขุดสามารถเข้าร่วมได้ไม่ต่างจากบิทคอยน์ จุดเด่นที่สำคัญก็คือขนาดของบล็อกที่ใหญ่กว่าบิทคอยน์ ทำให้การทำธุรกรรมนั้นเกิดขึ้นได้รวดเร็วกว่า และทั้งระบบก็มีความยืดหยุ่นมากกว่าด้วย

แต่ก็ยังมีความกังวลว่า ความรวดเร็วและค่าธรรมเนียมที่ถูกลงที่เกิดขึ้นนั้น แลกมากับความปลอดภัยที่อาจจะน้อยลงไปด้วยเมื่อเทียบกับบิทคอยน์ ปัจจุบันความกังวลเรื่องอนาคตของบิทคอยน์ก็ยังไม่หมดไป และแม้ BCH จะยังไม่ใช่ทางออกสุดท้าย แต่ว่าสกุลเงินนี้ก็ได้รับแรงสนับสนุนและมีการเทรดไม่น้อยเลยทีเดียว

Litecoin - Bitcoin Cash - Ripple - Ethereum

จะเริ่มต้นเทรดคริปโตเหรียญไหนก่อนดี?

การจะเลือกเทรดเหรียญไหนก่อนเป็นอันดับแรกนั้นต้องอาศัยหลายปัจจัยในการตัดสินใจ การเทรดสกุลเงินดิจิตอลนั้นเป็นหนึ่งในการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนดี ถ้านักลงทุนมีความเข้าใจและลงทุนได้อย่างเหมาะสม ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2009 นั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงในโลกของสกุลเงินดิจิตอลอย่างมากมาย ลองมาดูกันต่อว่าการที่จะเลือกเทรดสกุลเงินดิจิตอลนั้น เราต้องสนใจเรื่องอะไรบ้าง

เมื่อปี 2017 นั้นตลาดคริปโตอยู่ในช่วงขาขึ้น มูลค่าของตลาดเติบโตจาก 21,000 ล้านดอลลาร์ เป็น 4.5 แสนล้านดอลลาร์ในปีเดียว ส่วนใหญ่แล้วทุกคนจะเริ่มรู้จักและเทรดบิทคอยน์เป็นอันดับแรก เนื่องจากว่าบิทคอยน์ได้รับความนิยมสูงสุดและเข้าถึงได้ง่าย บิทคอยน์เริ่มต้นด้วยราคาเพียง 0.003 ดอลลาร์เท่านั้น หลังจากนั้นก็เติบโตขึ้นมาอย่างมาก ปัจจุบัน สกุลเงินทางเลือกอื่น ๆ นอกจากบิทคอยน์ที่เราเรียกกันว่าอัลท์คอยน์นั้นมีให้เลือกเทรดมากมายถึง 5,000 กว่าสกุล โลกของสกุลเงินดิจิตอลนั้นไม่ใช่แค่โลกของบิทคอยน์อีกต่อไปแล้ว ด้วย Altcoins อย่าง Ethereum Litecoin หรือ Ripple ที่ให้ผลตอบแทนในการเทรดเป็นที่น่าพอใจสำหรับนักลงทุนตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าทางเลือกจะมีเพิ่มมากขึ้น แต่ปัจจุบันมูลค่าการเทรดของบิทคอยน์นั้นยังสูงกว่าสกุลเงินอื่น ๆ อยู่ ทำให้จากตอนแรกที่บิทคอยน์เกิดขึ้นมาเพื่อทำธุรกรรมการโอนเงินระหว่างบุคคล ก็ได้กลายเป็นขุมทรัพย์ในการออมและการลงทุนสำหรับหลายคนไปเรียบร้อยแล้ว รวมถึงเทคโนโลยีบล็อกเชนที่ใช้ในการทำธุรกรรมบิทคอยน์ ก็ได้รับความสนใจมากขึ้นมาก ๆ แน่นอนว่าราคาของสกุลเงินดิจิตอลนั้นยังคงมีความผันผวนค่อนข้างมากอยู่ ตลอดการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่ผ่านมา

อาจจะไม่มีใครบอกได้ว่าการลงทุนในเหรียญไหนจะดีที่สุด เพราะว่านักลงทุนแต่ละคนก็มีความเสี่ยงที่ยอมรับได้และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ดังนั้นเราจะมาลองดูกันว่าปัจจัยอะไรบ้างที่เราควรดูก่อนที่จะเริ่มเทรดสกุลเงินดิจิตอล ที่ Zipmex เราเลือกที่จะ ที่ Zipmex เราเลือกให้บริการเฉพาะเหรียญที่น่าเชื่อถือ และได้รับการทดสอบจากนักเทรดมาแล้ว ดังนั้นคุณจึงสามารถเทรดได้อย่างสบายใจไร้กังวล

ทำความเข้าใจในตลาดของแต่ละเหรียญก่อน

Warren Buffet เคยพูดเอาไว้ว่า เราไม่ควรลงทุนในอะไรก็ตามที่เราไม่เข้าใจ ดังนั้น ขั้นตอนแรกของการเทรดสกุลเงินดิจิตอลก็คือการทำความเข้าใจในตลาด ซึ่งการทำความเข้าใจนี้ไม่ได้จำกัดแค่การดูว่าเหรียญของเราคืออะไร แต่รวมไปถึงการศึกษาราคาย้อนหลัง และมุมมองของตลาดในอนาคตจากหลาย ๆ ด้าน เพื่อให้เข้าใจตลาดและสามารถลงทุนได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงในตลาดเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และโดยปกติแล้ว Altcoin จะมีความผันผวนมากกว่าบิทคอยน์ และมีปริมาณการเทรดน้อยกว่ามากจึงมีสภาพคล่องน้อยกว่า ดังนั้นควรศึกษาเทรนด์ของราคาและประเมินความเสี่ยงที่ยอมรับได้ไว้ล่วงหน้าก่อน

ศึกษาประโยชน์ของเหรียญ

เหรียญส่วนใหญ่นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อประโยชน์เฉพาะทางอะไรสักอย่าง แบบที่ Ethereum ถูกสร้างมาเพื่อ Smart Contract และบิทคอยน์ถูกสร้างมาเพื่อการทำธุรกรรมทางการเงิน ลองหาข้อมูลดูว่าเหรียญที่คุณสนใจถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร มีประโยชน์อะไรบ้าง แลกแตกต่างจากเหรียญอื่นอย่างไร ปกติแล้วแต่ละเหรียญจะมีเอกสารที่เรียกว่า Whitepaper เพื่ออธิบายข้อมูลอย่างละเอียดเอาไว้ ซึ่งตัว Whitepaper นี่จะมีรายละเอียดของประโยชน์ เป้าหมาย และหลักการทำงานของสกุลเงินนั้น ๆ อย่างละเอียด เพื่อให้คุณเข้าใจว่าเหรียญนี้จะควรค่าแก่การลงทุนหรือไม่ ถ้าผู้สร้างไม่สามารถอธิบายได้ว่าเหรียญนี้เกิดขึ้นมาเพราะอะไร เหรียญนี้ก็อาจจะไม่เหมาะกับการลงทุน ระวังเหรียญที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลยนอกจากการเทรด หรือว่าเหรียญที่ไม่มีการอ้างอิงกับสินทรัพย์ที่มีมูลค่าที่แท้จริงอื่น ๆ เพราะว่ามักจะถูกลดมูลค่าลงได้ง่ายอย่างรวดเร็ว

อย่าเอาเงินทั้งหมดมาลงกับเหรียญเดียว

อย่าเอาไข่หลายใบมาใส่ในตะกร้าเดียว เพราะถ้ามันตกลงมาแตกคุณจะไม่เหลือไข่สักใบเลย ลองหาเหรียญที่คุณสนใจหลาย ๆ อัน แล้วลองลงทุนดูทีละน้อย เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงในเหรียญใดเหรียญหนึ่ง คุณจะได้ยังมีการลงทุนที่อื่นไว้เพื่อปรับสมดุลความเสี่ยง

ลองดูสกุลเงินที่หลากหลาย

ปัจจุบันมีสกุลเงินประเภทใหม่ ๆ เกิดขึ้น เช่น Stablecoin หรือสกุลเงินที่มีสินทรัพย์รองรับ โดยสกุลเงินนี้มักจะมีมูลค่าอ้างอิงกับสินทรัพย์จริง เช่น USDT ที่อ้างอิงมูลค่าจากดอลลาร์ เหรียญประเภทนี้จะสามารถผูกมูลค่ากับทรัพย์สินอะไรก็ได้ไม่ว่าจะเป็น สกุลเงินดิจิตอลอื่น ๆ สกุลเงินทั่วไป หรือกระทั่งทองคำ ทำให้เหรียญมีความผันผวนน้อยกว่าสกุลเงินดิจิตอลทั่วไป

สกุลเงินอีกประเภทเรียกว่า Security-based token (STOs) ซึ่งมีความแตกต่างกับ Stablecoin ตรงที่เหรียญประเภทนี้จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ STOs ยังเป็นเรื่องใหม่มาก ๆ และยังไม่ได้รับความนิยมหรือมีการเทรดในตลาดมากนัก STOs แบบหลัก ๆ ที่ใช้กันบ่อยก็คือโทเคนในวงการอสังหาริมทรัพย์ ยกตัวอย่างเช่น บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการจะระดมทุนเพื่อสร้างโครงการใหม่ แทนที่จะระดมทุนจากคนทั่วไปด้วยหุ้นของบริษัทผ่านการทำ IPO ก็สามารถจะระดมทุนในขนาดที่เล็กลงมาเฉพาะโครงการได้ผ่าน STOs อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ปกติแล้วไม่ใช่ว่าใครก็ได้จะเข้าถึงหุ้น pre-IPO ได้ จนกว่าจะมีการเทรดในตลาดแล้ว แต่ STOs ทำให้ใครก็สามารถเข้ามาร่วมระดมทุนในช่วงแรกได้เลย รวมทั้งยังซื้อขายโทเคนหรือหุ้นนี้ได้อีกด้วย

ปัจจัยในการเลือกเทรดเหรียญคริปโต

ตอนนี้ทุกคนคงรู้แล้วว่า Altcoin คืออะไร มีเหรียญไหนให้คุณได้เลือกเทรดกันบ้าง เหรียญดัง ๆ ทั้งหลายมีที่มาและข้อดีอย่างไร รวมไปถึงถ้าคุณสนใจจะเริ่มเทรด คุณก็คงได้ไอเดียแล้วว่าจะเริ่มต้นที่เหรียญไหนก่อนดี Zipmex ในฐานะผู้ให้บริการที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก ก.ล.ต. พร้อมเปิดตัวให้คุณได้เทรดกับเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยระดับโลก ติดตามข่าวสารพร้อมวันเปิดตัวของเราได้ที่ Facebook หรือ Twitter ได้เลย

ปล. สกุลเงินดิจิตอลเป็นคำที่นิยมใช้กันทั่วไป ส่วนการสะกดที่ถูกต้องตามราชบัณฑิตยสถานคือคำว่า สกุลเงินดิจิตอล