Let Profit Run VS Take Profit เทรดแบบไหนได้กำไรมากกว่า

โพสต์เมื่อ January 18, 2021 ใน Articles, Investing
ดู Articles ทั้งหมด

แน่นอนว่านักลงทุนจะต้องเคยได้ยินคำว่า Cut Your Losses and Let Your Profits Run หรือการปล่อยให้สินทรัพย์ทำกำไรไปอย่างต่อเนื่อง และตัดขาดทุนอย่างรวดเร็วเมื่อราคาตกลงมา ซึ่งในทางทฤษฎี นี่เป็นกลยุทธ์ที่ดูจะทำกำไรและป้องกันความเสียหายได้เป็นอย่างดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรามักจะเจอกับเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เป็นประจำ เช่น Cut Loss เมื่อไหร่ ราคาพุ่งขึ้นทันที หรือพอดูแนวโน้มจะดีจนเราตัดสินใจ Let Profit Run ราคากลับร่วงหล่นให้เราเจ็บใจอยู่บนดอยน้อยๆ ของเราเอง พอโดนบ่อยๆ เข้า กลายเป็นว่านักลงทุนหลายคนดันไม่กล้าที่จะ Cut Loss ตอนราคาสินทรัพย์ตก และ Let Your Profits Run ตอนที่แนวโน้มราคาขึ้น เพื่อเก็บกำไรตามแนวโน้มราคาได้เลย

วันนี้เราเลยจะมาลองมาทดสอบดูว่ากลยุทธ์ Let Profit Run หรือปล่อยให้สินทรัพย์เก็บกำไรตามแนวโน้มของราคาไปเรื่อยๆ หรือว่ากลยุทธ์ Take Profit หรือเก็บกำไรเข้ากระเป๋ามาก่อน กลยุทธ์ไหนจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่ากัน โดยใช้ข้อมูลจริงๆ มาทำงานวิจัย ไร้อารมณ์ความรู้สึกส่วนตัว โดยเราจะดูทั้งการลงทุนในสินทรัพย์ทั่วไปอย่าง หุ้น, ทองคำ,​ เงิน (Silver) หรือน้ำมัน จนไปถึงสินทรัพย์ใหม่อย่างสกุลเงินดิจิทัล

ทดสอบกลยุทธ์​ Let Profit Run VS Take Profit กับสินทรัพย์ทั่วไป

สำหรับการทดสอบครั้งแรกนี้ เราจะใช้สินทรัพย์ทั่วไปที่มีมายาวนานแล้ว ได้แก่ Dow, Nasdaq, SP500, Cac40, Dax, Hang Seng, Jakarta, Kospi, Nikkei, Sensex, Shenzhen, Set, Crude Oil, Gold และ Silver โดยยังไม่ได้รวมสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามาในการทดสอบนี้ด้วยครับ

กลยุทธ์ที่ใช้ทดสอบ

เราจะเทียบผลตอบแทนระหว่างสองกลยุทธ์คือ

  1. Let Profit Run ปล่อยให้สินทรัพย์ทำกำไรไปเรื่อยๆ ตามแนวโน้มของราคา
  2. Take Profit หรือขายทำกำไร เมื่อสินทรัพย์ราคาถึงกำไรที่ตั้งเอาไว้ โดยเราจะดูด้วยว่า Take Profit ที่เป้าหมายกี่เปอร์เซ็นต์ดีที่สุด ระหว่าง 10% 20% 30% 40% และ 50%

เงื่อนไขการทดสอบ:

  1. เงินลงทุนตั้งต้น 1 ล้านบาท
  2. ช่วงเวลาที่ทำการทดสอบ 1/1/2015 ถึง 31/10/2020
  3. ซื้อขายเมื่อสินทรัพย์นั้นทำจุดสูงสุด/จุดต่ำสุด ในรอบ 1 เดือน (Donchian Channel)
  4. Position Sizing เท่ากับ 10 % ของพอร์ต
  5. Position Score เท่ากับ ราคาปิดใกล้จุด All Time High มากที่สุด
ผลการทดสอบกลยุทธ์​ Let Profit Run VS Take Profit

ผลการทดสอบ

สำหรับการทดสอบแรกนี้เป้าหมายการทำกำไรที่ 20% นั้นให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด ใกล้เคียงกับการ Let Profit Run เลยทีเดียวครับ ซึ่งในสาเหตุที่สำคัญคือ

  • เราใช้การทดสอบกับภาพรวมหุ้นทั้งตลาด ซึ่งโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้นมากๆ จะน้อยกว่าการดูหุ้นทีละตัว พูดง่ายๆ คือถ้าเราเลือกลงทุนหุ้นรายตัว ก็จะมีโอกาสพุ่งมากกว่า ทำให้ Let Profit Run อาจจะทำกำไรได้มากกว่าครับ
  • การลงทุนเป็นพอร์ตโดยการกระจายเงินไปหลายๆ ที่ รวมถึงการวางกลยุทธ์ของเรา ทำให้เป็นการบริหารความเสี่ยงให้ต่ำลง แต่ก็ทำให้ผลตอบแทนไม่ได้หวือหวามากนักเช่นกันครับ

ทดสอบกลยุทธ์​ Let Profit Run VS Take Profit แบบรวมสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย

สำหรับการทดสอบในครั้งนี้ ทุกอย่างเหมือนกับการทดสอบแรกทั้งหมดเลยครับ แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือเราจะเอาสกุลเงินดิจิทัลเข้ามาร่วมทดสอบด้วย โดยเลือกมา 6 ตัว คือ BTC, ETH, XRP, LTC, BCH และ USDT

ผลการทดสอบกลยุทธ์​ Let Profit Run VS Take Profit กับสกุลเงินดิจิทัล

กราฟเปรียบเทียบกลยุทธ์​ Let Profit Run VS Take Profit

ผลการทดสอบ

จะเห็นได้ว่าผลการทดสอบแตกต่างจากแบบแรกพอสมควรเลยครับ การ Let Profit Run นั้นให้ผลตอบแทนที่ดีกว่ามาก และการ Take Profit ที่ 20% นั้นไม่ได้ดีอีกต่อไปแล้ว 

สำหรับการลงทุนแบบที่มีสินทรัพย์ดิจิทัลแล้ว ดูเหมือนว่ายิ่งเรากำหนดจุดทำกำไรไว้ต่ำ การเติบโตของพอร์ตเราก็จะต่ำไปด้วย เหมือนเป็นการตัดโอกาสทำกำไรของตัวเอง นี่เป็นเพราะสินทรัพย์ดิจิทัลในช่วงที่ผ่านมานั้น แม้จะมีการขึ้นแรง และลงแรง แต่ก็เป็นเทรนด์ขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ทำให้การ Let Profit Run เรื่อยๆ นั้นให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า

การ Let Profit Run ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย ปล่อยไปเรื่อยๆ ก็มีกำไรแล้ว แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่มีกลยุทธ์ไหนที่ง่ายดาย และการันตีกำไรได้ 100% ดังนั้นการศึกษาข้อมูลให้มากที่สุด รวมทั้งการรู้จักสไตล์ขอตัวเองและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เพื่อเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับเราที่สุด จึงเป็นเรื่องที่เราแนะนำกันมาตลอดเลยครับ 

การลงทุนแบบช้อนซื้อ ผลตอบแทนเป็นอย่างไร?

สำหรับการทดสอบทั้งสองครั้งด้านบน จะเป็นสไตล์ของการซื้อตามแนวโน้มราคา ที่แน่นอนว่าไม่ใช่กลยุทธ์เดียวในการลงทุน และไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของการเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมครับ ซึ่งการช้อนซื้อ ก็เป็นอีกหนึ่งในกลยุทธ์ที่เป็นที่นิยมไม่น้อยในหมู่นักลงทุน แต่เรายังไม่ได้ทดสอบกันในครั้งนี้ 

สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นเคย การช้อนซื้อคือการเข้าตลาดเพื่อซื้อสินทรัพย์เมื่อราคาตกลง และตั้งจุด Take Profit เพื่อทำกำไรเอาไว้เมื่อราคาขึ้น ส่วนถ้าราคาดันตกลงไปอีก ก็ถือว่าสามารถยอมรับการขาดทุนนี้และอดทนรอจุดขายในอนาคตได้ครับ

สำหรับสายช้อนซื้อแล้ว ส่วนใหญ่จะเน้นการดูที่ราคาอย่างเดียว โดยไม่ได้ดูปัจจัยอื่นๆ เช่น  Valuation หรือ ค่า Mean โดยเราได้ทำการทดสอบแบบสั้นๆ คือ

  • เข้าช้อนซื้อเมื่อราคาสินทรัพย์ลงต่ำสุดในรอบ 1 ไตรมาส
  • ตั้งเป้าหมายขายทำกำไรไว้ที่ 10-50%
  • ช่วงเวลาที่ทำการทดสอบ 1/1/2015 ถึง 31/10/2020

หลังจากที่ได้ทำการทดสอบทั้งแบบที่รวมสินทรัพย์ดิจิทัล และไม่รวม ต่างก็ได้ผลการตอบแทนที่ไม่ดีเท่าไหร่ครับ โดยสาเหตุคือ

  • ราคาของสกุลเงินดิจิทัลมีการตกลงอย่างรุนแรงช่วงปี 2018 
  • ในปี 2020 ที่มีโควิด-19 นั้น เกือบทุกสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงก็มีการตกลงมาค่อนข้างแรงเช่นกัน 

กลยุทธ์นี้จึงสามารถช่วยให้เราเก็บกำไรไปทีละน้อยได้ถ้าช้อนได้ถูกทางและมีลิมิตกำไรเอาไว้ แต่ความเสี่ยงในการเสียเงินนั้นอาจจะมากกว่าถ้าช้อนผิด เรียกว่ากำไรสิบรอบ อาจจะไม่พอกับการขาดทุนรอบเดียวได้ครับ 

Take Opportunity ไม่กำหนดสินทรัพย์ตายตัว แต่เปิดใจดูสินทรัพย์ใหม่เสมอ

การศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ เป็นเรื่องที่จำเป็นในยุคปัจจุบัน และสำหรับการลงทุนแล้ว การเรียนรู้อยู่เสมอ รวมไปถึงการทำความรู้จักกับสินทรัพย์ใหม่ๆ ก็เป็นเรื่องที่จำเป็นมากเลยครับ เนื่องจากสินทรัพย์ที่เคยดีในอดีต อาจจะไม่ได้ดีตลอดไป และสินทรัพย์ใหม่ๆ ที่เราไม่รู้จัก อาจจะกลายเป็นโอกาสทำกำไรที่ดีแบบคาดไม่ถึงได้เลย

สุดท้ายนี้ เราเลยจะลองมาดูกันว่าถ้าเราขยายเวลาการทดสอบเป็น 20 ปีในช่วง 2000-2020 โดยใช้กลยุทธ์เดิมทางด้านบน บวกกับไอเดียของการเติมสินทรัพย์ใหม่ๆ เข้ามาในพอร์ตอยู่เสมอ หน้าตาผลตอบแทนจะเป็นอย่างไรบ้าง โดยเราจะใช้สินทรัพย์ดิจิทัลที่เกิดมาหลังจากปี 2000 เพื่อเป็นตัวแทนสินทรัพย์ใหม่ๆ และที่สำคัญคือสกุลเงินดิจิทัลแต่ละตัวก็เกิดขึ้นมาคนละช่วงเวลากันอีกด้วย น่าสนใจมากๆ เลยครับ 

 ผลการทดสอบการลงทุนกับสินทรัพย์ดิจิทัล

ตารางผลการทดสอบการลงทุนกับสินทรัพย์ดิจิทัล

จะเห็นได้ว่าผลการทดสอบนั้นได้กำไรที่น่าสนใจเลยทีเดียว โดยเฉพาะการ Let Profit Run ที่ได้ CAGR ไปถึง 25.73% ครับ สุดท้ายนี้ขอย้ำอีกครั้ง ว่าการลงทุนนั้นไม่ใช่เรื่องยากเกินไป แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้ นักลงทุนต้องศึกษาข้อมูล อัปเดตความรู้อยู่เสมอ และคอยดูแลพอร์ตอยู่ตลอดเวลาเพื่อผลตอบแทนที่ดีที่สุด ในความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ครับ ขอให้ทุกคนลงทุนอย่างมีความสุข และถ้าพร้อมแล้วที่จะลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ก็มาเทรดกันได้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียมที่ Zipmex นะครับ