กลยุทธ์การลงทุนยามตลาดผันผวน: ซื้อถือยาว VS เก็งกำไรระยะสั้น

November 28, 2019

นักลงทุนทุกท่านคงทราบดีว่า ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นมีความผันผวนสูง เมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่นบิทคอยน์ (Bitcoin) สกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุดในปัจจุบัน ก็เป็นหนึ่งในสกุลเงินที่มีความผันผวนมากที่สุดสกุลหนึ่ง ราคาสูงสุดและต่ำสุดของบิทคอยน์ในแต่ละวัน อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงมากจนหลายคนคาดไม่ถึง นี่หมายความว่าการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลนั้นมีโอกาสที่จะทำกำไรได้มากกว่าสินทรัพย์ทั่วไปในระยะสั้น แต่ก็มีความเสี่ยงในการลงทุนมากเช่นกัน วันนี้เราเลยอยากลองมาดูกันว่า ในยามที่ตลาดมีความผันผวนนั้น นักลงทุนควรใช้กลยุทธ์อะไรในการลงทุน ควรจะเน้นเก็งกำไรระยะสั้น หรือถือสินทรัพย์ไว้เพื่อทำกำไรระยะยาวกันแน่

Hodling คืออะไร

Hodl หรือ Hodling คือการสะกดผิดของคำว่า Hold หรือถือครองไว้นั่นเอง คำนี้มักถูกใช้สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในหุ้น หรือสกุลเงินดิจิทัล โดยมีความหมายคือการซื้อและถือครองสินทรัพย์ไว้เพื่อการทำกำไรในระยะยาว หรือกลยุทธ์ Buy and Hold 

คำนี้ถูกใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2013 ในบอร์ดพูดคุยเรื่องการลงทุนสกุลเงินดิจิทัล ผู้ใช้งานคนหนึ่งที่ชื่อว่า GameKyuubi  ได้โพสต์ว่าตัวเองจะถือบิทคอยน์ในตอนนี้โดยไม่ซื้อขาย โดยตั้งหัวข้อว่า “I AM HODLING” จากความผิดพลาดในการพิมพ์ได้กลายเป็นคำไวรัล ที่ได้รับความนิยมใช้อย่างแพร่หลายในตลาดสกุลเงินดิจิทัลมาจนถึงทุกวันนี้

Hodling คืออะไร

เตรียมพร้อมก่อนการลงทุน

ก่อนที่เราจะตัดสินใจเริ่มลงทุนในสินทรัพย์อะไรก็ตาม เราควรจะมีความเข้าใจในสินทรัพย์นั้นๆ ก่อน รวมไปถึงต้องพิจารณาความเสี่ยงอย่างรอบด้าน วิเคราะห์ข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีการวางแผนล่วงหน้าเพื่อเตรียมการรับมือกับตลาดที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ที่สำคัญที่สุด คือการลงทุนอย่างมีสติและอดทน ไม่ตื่นตระหนกเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแบบที่ไม่ได้คาดการณ์เอาไว้  โดยการเตรียมตัวเพื่อช่วยให้การลงทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้นมีง่ายๆ 4 ขั้นตอนคือ

1. เข้าใจสินทรัพย์ และวิเคราะห์ตลาดเป็น

เมื่อเราเข้าใจในปัจจัยพื้นฐานของสินทรัพย์ สภาพตลาด และการวิเคราะห์ข้อมูล จะทำให้เราค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์ในสินทรัพย์นั้นๆ และสามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างรวดเร็วมากขึ้น

นักลงทุนหลายคนไม่ประสบความสำเร็จ เพราะว่าเลือกใช้ความรู้สึกในการลงทุนมากกว่าเหตุผล การใช้อารมณ์ตัดสินใจนี้หมายความว่า ความโลภ ความกลัว หรือความตื่นเต้น มีโอกาสที่จะเข้ามาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจลงทุน จนส่งผลให้เราขาดทุนแบบที่ไม่ได้มีการคำนวณความเสี่ยงไว้เลย 

ดังนั้นก่อนที่จะลงทุนสินทรัพย์อะไรก็ตาม เราควรเข้าใจก่อนว่าธรรมชาติของสินทรัพย์นี้คืออะไร ตลาดในอดีตเกิดอะไรขึ้นบ้าง ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์นี้มีอะไรบ้าง และเราจะยอมรับความเสี่ยงในการลงทุนได้มากแค่ไหน 

ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงที่ราคาผันผวนมาก ๆ นักลงทุนหลายคนอาจจะรอให้ตลาดผันผวนและมีความเสี่ยงน้อยลงก่อนค่อยเริ่มซื้อขาย แต่นักลงทุนอีกกลุ่มกลับมองเห็นโอกาสทองในการทำกำไรในระยะสั้นได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าเราจะเป็นนักลงทุนแบบไหน หากเราลงทุนอย่างเข้าใจในพื้นฐานของสินทรัพย์และตลาด ก็จะทำให้การลงทุนของเรามีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่าการตัดสินใจแบบใช้อารมณ์

2. มีสติและอดทน

อย่าตื่นตระหนกเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในตลาด หากเราลงทุนอย่างมีสติ รู้จักมองว่าเมื่อไหร่เราควรจะอยู่เฉยๆ และรอทำกำไรในระยะยาว ก็มีโอกาสที่เราจะได้กำไรมากขึ้นจากการลงทุนได้

โลกของเราทุกวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา ดังนั้นเป็นธรรมดาที่นักลงทุนหลายคนจะเลือกตัดสินใจลงทุนอย่างรวดเร็วเมื่อตลาดมีความผันผวน แต่หลายครั้ง การอดทนรออาจจะทำให้เราได้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีกว่าการตัดสินใจอย่างรวดเร็วก็ได้ แต่การที่เราจะตัดสินใจได้ถูกต้องว่าควรใช้กลยุทธ์อะไร เราจะต้องสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างถูกต้องแม่นยำซะก่อน 

ยกตัวอย่างเช่นการมองตลาดบิทคอยน์ ในช่วงวันหนึ่งอาจจะมีความผันผวนขึ้นลงได้ในกรอบ $1500 ซึ่งถือว่ามีความผันผวนและความเสี่ยงที่สูงมาก ๆ แต่ถ้าเราเลือกมองในภาพที่ใหญ่ขึ้น เช่น ตลาดในช่วง 30, 60 หรือ 120 วันนั้น เราอาจจะพบว่าราคาบิทคอยน์มีความผันผวนน้อยลง ดังนั้นการรู้จักมองภาพรวมของตลาด จะทำให้เราตัดสินใจลงทุนได้อย่างเฉียบคมกว่าที่เคย และบางครั้งเราอาจจะพบว่าการมีสติ อดทนรอ และมองกำไรในระยะยาว อาจจะเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดก็ได้

3. เข้าใจความเสี่ยง

ทุกการลงทุนมีความเสี่ยงที่ต่างกันไป การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอาจจะมีความเสี่ยงมากกว่าสินทรัพย์อื่น ๆ ซึ่งถ้าเราเข้าใจความเสี่ยงและโอกาสที่จะทำกำไรไว้ล่วงหน้าแล้ว การตัดสินใจต่าง ๆ หลังจากการลงทุนก็จะดีมากขึ้น

การคำนวณความเสี่ยงจะช่วยให้เราสามารถประเมินได้ว่า เราจะสามารถลงทุนในสินทรัพย์อะไรได้มากน้อยแค่ไหน สามารถลงทุนเพิ่มเพื่อปรับพอร์ตได้เท่าไหร่ ตั้งเป้าอย่างไร และจะต้องมีเงินทุนสำรองไว้เท่าไหร่ 

หนึ่งในกลยุทธ์ที่น่าสนใจคือการทยอยลงทุนเพิ่มอย่างสม่ำเสมอเพื่อถัวเฉลี่ยต้นทุนในการซื้อ หรือที่เรียกกันว่า DCA โดยเฉพาะในยามที่ตลาดผันผวน โดยจะช่วยให้เราสามารถคำนวณต้นทุนกำไรได้อย่างง่ายดายมากขึ้น ลดความผันผวนของพอร์ตตัวเองลง

4. วางแผน

การวางแผนกลยุทธ์ในการลงทุนไว้ล่วงหน้า และเตรียมแผนสำรองไว้เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน จะช่วยให้เราสามารถตอบสนองต่อตลาดได้อย่างชาญฉลาดและรวดเร็ว แม้จะมีเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นก็ตาม

การเขียนแผนกลยุทธ์การลงทุนเอาไว้ล่วงหน้า เกิดขึ้นได้จากการสังเกต และติดตามการเคลื่อนไหวของตลาดอย่างต่อเนื่อง เมื่อเรามีประสบการณ์มากขึ้น เราจะสามารถจดจำและสร้างแผนการลงทุนในหัวได้อย่างมีกลยุทธ์ และไม่ตื่นตระหนกเมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง เวลาที่ราคาสินทรัพย์ขึ้นหรือลง เราก็จะรู้ว่า เราควรจะ take action อะไรบ้าง เช่น เปิด position ใหม่ หรือซื้อสินทรัพย์เข้าพอร์ตเพิ่มเติม 

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลได้รับความนิยมมากขึ้นเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เช่นเดียวกับความรู้ความเข้าใจในตัวสกุลเงินดิจิทัลเองที่เพิ่มขึ้นสูงมากเมื่อเทียบกับอดีต นักลงทุนหลายคนมองเห็นโอกาสในการทำกำไรจากสกุลเงินดิจิทัล และ Zipmex ก็เป็นอีกหนึ่งผู้ให้บริการเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก กลต. จดทะเบียนถูกต้อง และพร้อมให้บริการนักลงทุนทุกคน

ที่ Zipmex เราใช้ประโยชน์จาก Economy of scale หรือการเทรดจำนวนมาก เพื่อช่วยให้ตลาดของเรามีสภาพคล่องสูงที่สุด อีกทั้งยังฟรีค่าธรรมเนียมการซื้อขาย ทุกสินทรัพย์บน Zipmex ได้รับการตรวจสอบอย่างดี ว่าเชื่อถือได้ มีศักยภาพในการเติบโต และมีปริมาณการเทรดที่มากที่สุดเพื่อนักลงทุนทุกคน เริ่มเทรดกับ Zipmex ได้แล้ววันนี้