ไวรัสโคโรน่ากับผลกระทบต่อสินทรัพย์ดิจิทัล

April 03, 2020

จากการระบาดของไวรัสชนิดใหม่ที่มีชื่อว่าไวรัสโคโรน่าหรืออีกชื่อก็คือ COVID 19 ทำให้เกิดความตื่นตระหนกไปทั่วโลกว่าอาจจะลุกลามไปกระทบธุรกิจทุกภาคส่วน นั่นอาจจะเป็นสาเหตุให้นักลงทุนเกิดความกลัวและขายตราสารทางการเงินแทบทุกชนิดที่มีเพื่อหนีตายจากการร่วงของราคาภายในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน สินทรัพย์ดิจิทัลเองอย่างเช่น Bitcoin ที่มีค่า Correlation กับตราสารทุนหรือหุ้นน้อยอยู่แล้ว ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านก็ออกมาบอกว่านักลงทุนเกิดความกลัวจนทำให้เทขายสินทรัพย์ทางการเงินแบบรวดเร็วนี้น่าจะไม่มีผลต่อ Bitcoin เท่าไหร่ เผลอๆราคา Bitcoin จะวิ่งขึ้นด้วยซ้ำจากปัจจัยอื่น ๆ ประกอบกัน แต่แล้วปากกาเซียนก็หักจนได้เพราะราคาสินทรัพย์ดิจิทัลก็ถูกเทขายอย่างรวดเร็วพร้อม ๆ กันกับตราสารทางการเงินอื่น ๆ

ทำให้ผู้เชี่ยวชาญหรือแม้กระทั่งนักลงทุนทั้งหลายผิดหวังกับการคาดการณ์ของตัวเองเป็นอย่างมาก แม้ในขณะที่เขียนบทความนี้ราคาจะดีดกลับมาบ้างแต่หากนับตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา ราคานั้นได้ร่วงลงถึงกว่า 40% คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ Bitcoin ไม่ใช่หลุมหลบภัยจากวิกฤติเศรษฐกิจอย่างที่หลายๆคนคิดแล้วหรือ ถ้าใช่ แล้วช่วงนี้เกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่ใช่ แล้ว Bitcoin คืออะไรกันแน่

ในขณะที่หลายคนยังขาดความเข้าใจว่า แท้ที่จริงแล้ว Positioning ของ Bitcoin ในโลกของการเงินการลงทุนควรจะอยู่ตรงไหนกันแน่ ผู้ที่ใช้นามแฝงว่า Satoshi Nakamoto ที่ถือเป็นผู้สร้าง bitcoin ขึ้นมา เคยกล่าวไว้ใน Bitcoin white paper ว่าเขาอยากจะนำเสนอการแลกเปลี่ยนในแบบ Peer-to-peer หรือคนกับคนโดยปราศจากตัวกลางต่าง ๆ ซึ่งตัวกลางเหล่านั้นล้วนแล้วแต่สร้างผลกระทบให้ระบบเศรษฐกิจวุ่นวายอย่างในทุกวันนี้

หลังจากนั้น Satoshi Nakamotoได้มีการทิ้งข้อความปริศนาเอาไว้ใน Blockchain กล่องแรกหรือ genesis block ว่า “The Times 03/Jan/2009 Chancellor on the brink of a second bailout for banks.” โดยที่เขาก็ไม่ได้อธิบายความหมายของประโยคดังกล่าวเพิ่มเติมว่าหมายถึงสิ่งใด แต่ในช่วงเวลาก่อนหน้านั้นได้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจที่มีผลกระทบในวงกว้างขึ้นทั่วโลกในปี 2008 ซึ่งเกิดจากความบกพร่องของระบบเศรษฐกิจ ความมักง่าย รวมถึงการคดโกงของผู้มีอำนาจที่ถือเป็นตัวกลางของระบบเศรษฐกิจในขณะนั้น

แม้ Bitcoin จะถูกออกแบบมาเพื่อพยายามทดแทนสกุลเงินในปัจจุบันที่ขาดเสถียรภาพแต่ในทางปฏิบัติ Bitcoin ก็ยังช้าเกินไปในการโอน Value จากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่งหากเทียบกับการโอนเงินผ่านตัวกลาง เช่น ธนาคารผ่านระบบดิจิทัล หลายคนจึงมอง Bitcoin เป็นเหมือนกับทองคำดิจิทัลมากกว่า ทองคำนั้นได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนานในเรื่องของความน่าเชื่อถือในเรื่องของมูลค่าและเป็นที่พักเงินชั้นดีเมื่อยามเศรษฐกิจเกิดปัญหาขึ้นมา

ทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยหรือ Safe haven ที่ไม่ว่ายุคสมัยไหนก็สามารถผ่านวิกฤติเศรษฐกิจมาได้ แถมยังเป็นสินทรัพย์ที่ปกป้องความมั่งคั่งจากเงินเฟ้อหรือการด้อยค่าของสกุลเงินทั่วไปอีกด้วย ยังมีสินค้าโภคภัณฑ์อีกหลายชนิดที่ถูกมองว่ามีคุณสมบัติคล้ายๆกับทองคำแต่อาจไม่ดีเท่า นักลงทุนหลายคนก็มีมุมมองต่อ Bitcoin ไม่ต่างกับทองคำเท่าไหร่ ฉะนั้นในภาวะที่เกิดความกังวลจากการถดถอยของระบบเศรษฐกิจรวมถึงโรคระบาด Bitcoin ก็น่าจะมีราคาเพิ่มสูงขึ้นใช่หรือไม่ ?

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ราคา Bitcoin กลับลดลงอย่างรวดเร็วสวนทางกับการคาดการณ์จากทุกคน Brian Armstrong ซีอีโอของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำในสหรัฐฯ ที่มีชื่อว่า Coinbase ทวีตเมื่อวันที่ 9 มีนาคมปีนี้โดยแสดงความเห็นและคาดการทิศทาง Bitcoin และหลังจากนั้นไม่นานโศกนาฏกรรมในราคา Bitcoin ก็เกิดขึ้นคือราคาลดฮวบลงทันที 40 %

มีคำอธิบายออกมามากมายหลังจากเหตุการณ์นี้ จากเดิมที่ Bitcoin นั้นมั่งหน้าสู่การเป็นระบบการเงินรูปแบบใหม่ที่ลดข้อจำกัดเดิม ๆ ซ้ำยังมีข้อดีกว่าสกุลเงินเดิมอีกมาก คนจึงเลือกที่จะซื้อและถือครอง Bitcoin ไว้ในระยะยาวเพื่อต้องการเติบโตไปกับอนาคตของมัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปมันได้รับการยอมรับจากคนจำนวนมากขึ้น ความต้องการถือครองก็มาจากผู้คนที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าเป็นนักลงทุนรายย่อย นักลงทุนสถาบัน บริษัทเอกชน หรือแม้กระทั่งเทรดเดอร์นักเก็งกำไรระยะสั้น เมื่อตราสารทางการเงินในโลกถูกเทขายไม่ว่าจะเป็น หุ้น ตราสารหนี้ กองทุนอสังหาฯ ทองคำ น้ำมัน ฯลฯ ทำให้สภาพคล่องในตลาดหดหายไปจำนวนมาก ก็อาจจะทำให้หลายคนจำเป็นต้องขายสินทรัพย์ดิจิทัลออกมาอย่างเร็วเพื่อนำเงินสดไปชำระ Margin ต่าง ๆ ที่มีอยู่ หรืออาจจะเกิดจากความตื่นตระหนกจนเทขายทุกอย่างที่มีแล้วไปถือครองเงินสดแทน สังเกตได้จากค่าเงิน USD ที่แข็งค่าขึ้นอย่างมากทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงการทำ QE อย่างต่อเนื่องนั้นควรจะทำให้ค่าเงินของสหรัฐฯ อ่อนค่าลงตามหลักเศรษฐศาสตร์

ดังนั้น ท่ามกลางความกังวลจากภาวะเศรษฐกิจก็ดี โรคระบาดก็ดี สินทรัพย์ทางการเงินไหน ๆ ก็ดูเหมือนจะไม่ปลอดภัยแทบทั้งสิ้น แต่ในบริบทอื่น ๆ เช่นในประเทศเวเนซุเอลา Bitcoin ก็ยังถือเป็นสินทรัพย์ชั้นดีที่ปลอดภัยมากสำหรับพวกเขาอยู่ดีเมื่อเทียบกับสกุลเงินในบ้านของพวกเขาเอง

แม้ราคา Bitcoin จะลดลงจากความกลัวที่มากมายในขณะนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังดีกว่าหากเปรียบเทียบกับหุ้นก็คือ เมื่อภาวะเศรษฐกิจตกต่ำรวมถึงการแพร่ของไวรัสโคโรน่าก็อาจจะทำให้ธุรกิจต่าง ๆ หยุดชะงักไปในทันทีซึ่งนั่นจะสะท้อนกลับเข้ามาสู่กำไรของกิจการในอนาคตที่ลดลงจนถึงขั้นขาดทุนจนไปกดดันราคาหุ้นให้ฟื้นกลับขึ้นมายาก ส่วน Bitcoin นั้นมีความใกล้เคียงกับทองคำ คือราคามักถูกขับเคลื่อนจากความเชื่อมั่น เชื่อมั่นในระบบ เชื่อมั่นในอนาคตและเชื่อมั่นในความโปร่งใสของมันที่หาจากสกุลเงินอื่น ๆ ได้ยาก ยกตัวอย่างให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นก็คือ ในช่วงเวลาที่สินทรัพย์ทางการเงินทุกชนิดถูกเทขายพร้อม ๆ กัน แน่นอนว่าอาจจะเกิดจากความ “จำเป็น” บางอย่างที่ต้องขาย แต่สิ่งที่แยกได้เบื้องต้นว่าสินทรัพย์ชนิดใดถูกมองว่าแข็งแกว่งหรือมีความเชื่อมั่นมากกว่าสินทรัพย์ชนิดอื่น ๆ ราคาของมันจะวิ่งกลับขึ้นมาก่อนสินทรัพย์อื่น หากเปรียบเทียบ Bitcoin กับดัชนีหุ้นไทยหรือ SET Index หุ้นไทยถูกเทขายตั้งแต่เดือนมกราคา 2020 จนลดลงต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ส่วน Bitcoin ในช่วงเดือนมกราคม 2020 ถึงกุมภาพันธ์ 2020 ราคา Bitcoin ได้บวกไปกว่า 50 % ภายใน 1 เดือน และเพิ่งมาถูกแรงเทขายจริงจังช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์เอง หลังจากนั้นไม่นานราคา Bitcoin ก็ได้วิ่งกลับขึ้นมาจากจุดต่ำสุดช่วงต้นเดือนมีนาคมมาจนถึงปัจจุบันบวกไปกว่า 70% แต่หุ้นไทยยังไม่คงสร้างฐานราคาอยู่ด้านล่างซึ่งไม่แน่ใจว่าตรงนี้คือจุดต่ำสุดของรอบแล้วหรือยัง นี่ก็เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า Smart Money มั่นใจในอนาคตของสินทรัพย์ใดมากกว่ากัน ฉะนั้นจึงอยากให้นักลงทุนทุกท่านเปิดใจรับโอกาสในการลงทุนกับสินทรัพย์ดิจิทัล เปิดใจกับ Zipmex ที่เป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งใหม่ในประเทศไทยด้วยครับ

อนาคตตต่อจากนี้ Bitcoin จะมีลักษณะอย่างไร จะมีความเหมือนหรือต่างกับทองคำและสินทรัพย์ทางการเงินอื่น ๆ หรือไม่ ใครจะเป็นผู้ที่เข้ามาลงทุนและเหตุใดเขาจึงเชื่อมั่น ในวันหนึ่ง Bitcoin จะได้ชื่อว่าเป็น Safe haven หรือไม่ คงไม่มีใครรู้และตอบคำถามเหล่านี้ได้ชัดเจน 100% ขนาดนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่อยากฝากไว้ก็คือ เหตุผลในการถือกำเนิดของ Bitcoin คืออะไร ในปัจจุบันเหตุผลนั้นยังเหมาะสมและจำเป็นอยู่ไหม นี่ต่างหากคือปัจจัยที่แฝงอยู่เบื้องลึกในการที่จะขับเคลื่อนราคาของ Bitcoin ให้เติบโตหรือว่าถดถอยในระยะยาว