Skip to content

พัฒนาการของ Bitcoin Cash เพื่อเป้าหมายอันยิ่งใหญ่

พัฒนาการของ Bitcoin Cash เพื่อเป้าหมายอันยิ่งใหญ่

20 April 2020 zipmexteam Opinions (Thai)

           ในช่วงปี 2560 ที่ Bitcoin Cash ได้มีการแยกตัวออกมาอย่างชัดเจนจาก Bitcoin Blockchain ตอนนั้นผู้ที่เชื่อมั่นใน Bitcoin Cash จำนวนหนึ่งถึงกับประกาศออกมาเลยว่า Bitcoin Cash จะต้องได้รับความนิยมเหนือกว่า Bitcoin อย่างแน่นอน คอยดูที่ Market Capitalization ก็ได้ แบบว่าวัดกันไปเลย !

            อย่างไรก็ตาม แม้ว่า Bitcoin Cash (BCH) จะมีบางอย่างที่เหนือกว่า อย่างเช่นความเร็วของ Network แต่มันก็ยังได้รับความนิยมน้อยกว่า Bitcoin อยู่พอสมควร แม้ว่าในเดือนที่ผ่านมา BCH จะมีการ Halving สำหรับรางวัลของนักขุดไปแล้วก็ตาม ความตื่นเต้นที่หลายคนคาดการณ์กลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เพื่อให้ทุกคนเข้าใจถึงเหตุการณ์นี้กันมากขึ้น เราจึงอยากจะมาลงลึกในเรื่องนี้กันครับ

สถานการณ์ปัจจุบัน

การ Halving รางวัลของนักขุดในทุก ๆ 4 ปี

           ทุก ๆ 4 ปี รางวัลจากการขุด Bitcoin Cash จะลดลงครึ่งหนึ่ง คล้ายกับเหรียญอื่น ๆ ที่พวกเราเคยได้เรียนรู้กันมาบ้างใช่ไหมครับ สาเหตุที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่า ระบบเงินแบบดั้งเดิมที่ธนาคารกลางสามารถพิมพ์เงินเพิ่มเมื่อไหร่ก็ได้แบบไม่จำกัดทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย เช่น เงินเฟ้อ เป็นต้น แต่สินทรัพย์ดิจิทัลนั้นจะมีการระบุอย่างแน่ชัดเลยว่าเหรียญนั้น ๆ จะมีจำนวนทั้งหมดอยู่ที่เท่าไหร่เพื่อต้องการปิดจุดอ่อนเรื่องเงินเฟ้อแบบในปัจจุบัน แต่สิ่งที่ตามคู่กันก็คือจะต้องมีการควบคุมปริมาณเงินที่จะออกสู่ระบบคู่กันไปด้วย ซึ่งการ Halving ก็คือรูปแบบของการควบคุมปริมาณเงินในระบบนั่นเองครับ

           เมื่อปริมาณเงินที่จะออกสู่ระบบมีน้อยลงทุก ๆ  4 ปี ตามหลักเศรษฐศาสตร์แล้วราคาของสินทรัพย์นั้นควรจะมีค่าที่มากขึ้น พูดง่าย ๆ คือราคา Bitcoin Cash ควรจะเพิ่มขึ้นนั่นเอง หากไม่เป็นแบบนั้นแล้ว นักขุดทั้งหลายก็จะเริ่มหมดความสนใจในเหรียญนั้นอีกต่อไป เพราะต้นทุนในการทำงานยังเท่าเดิมแต่กลับได้รับรางวัลหรือผลตอบแทนน้อยลง

           แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้เป็นไปดังที่ทุกคนคาดหวังเมื่อ Bitcoin Cash มีการ Halving แต่ราคาของเหรียญกลับไม่ขึ้นไปเท่าที่ควร คือถ้ารางวัลลดลงครึ่งหนึ่งจาก 100 เหลือเพียง 50 ราคาควรต้องขึ้นไปกว่า 100 % เพื่อให้มูลค่าที่นักขุดทั้งหลายควรได้นั้นเท่าเดิม แต่เมื่อราคาขึ้นไปเพียงเล็กน้อยนั่นเท่ากับว่าผลรางวัลเมื่อเทียบกับต้นทุน เริ่มไม่คุ้มค่าอีกต่อไป นักขุดเลยพากันหนีไปใช้เหรียญอื่นกันหมด จนเป็นสาเหตุให้การตรวจสอบธุรกรรมนั้นต้องใช้เวลานานขึ้นกว่าเดิม ซึ่งนี่ถือเป็นจุดแข็งของ BCH ที่ต้องการแยกออกมาจาก Bitcoin เมื่อหลายปีก่อน โชคดีที่ทีมหลักที่อยู่เบื้องหลังโครงการได้เริ่มทำการพัฒนาหลายอย่างเพื่อแก้ไขปัญหานี้และทำให้เครือข่ายนี้สามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้นมาได้

พัฒนาการของ Bitcoin Cash

           จุดเด่นของ Bitcoin Cash อีกอย่างหนึ่งก็คือชุมชนนักพัฒนาของเขาที่กระตือรือร้นมาก เวลาที่เกิดปัญหาต่าง ๆ เราสามารถคาดหวังได้เลยว่าพวกเขาจะใช้เวลาไม่นักในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งนี่คือสิ่งที่ผู้ใช้งานในระบบต้องการเป็นอันดับแรก ๆ เลยครับ

Storm

           หนึ่งในข้อจำกัดของสินทรัพย์ดิจิทัลในช่วงแรก ๆ คือเรื่องของความเร็วในการทำธุรกรรม ซึ่งทาง Bitcoin Cash ก็ได้ใช้ระบบ Proof-of-work ในการยืนยันธุรกรรมที่เกิดขึ้นบนเครือข่าย ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการที่จะคอนเฟิร์มธุรกรรมที่เกิดขึ้นพอสมควร และเพื่อเป็นการตัดปัญหาของเรื่องความเร็วดังกล่าวนี้ทาง Bitcoin Cash จึงได้ใช้ระบบที่มีชื่อว่า Delta Blocks หรือ Storm ในการมายืนยันธุรกรรมในระบบแบบ weak proof-of-work (PoW) พูดง่าย ๆ คือยืนยันธุรกรรมในเกือบจะทันทีที่มีการโอนเงินให้กัน แต่เหรียญมักมีสองด้านเสมอ คือการยืนยันด้วยความเร็วแบบนี้ อาจจะเกิดความผิดพลาด หรือเกิดการแฮกได้ด้วยครับ

การใช้งาน Cashscript

           เราทุกคนต่างคุ้นเคยกับ Solidity ซึ่งก็คือภาษาการเขียนโปรแกรมที่ใช้ในการติดตั้ง Smart contract บนเครือข่าย Ethereum นั่นเอง ส่วนเครือข่ายของ Bitcoin Cash  ใช้สิ่งที่เรียกกันว่า Cashscript ครับ

           Cashscript เป็นภาษาโปรแกรมในระดับสูง แต่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มนักคอมพิวเตอร์ในสมัยนี้ นั่นทำให้การใช้ Cashscript กับ Smart Contract ของ Bitcoin Cash ได้รับความสนใจตามไปด้วยเช่นกัน

แผนเงินทุนโครงสร้างพื้นฐาน

           ทีมพัฒนาของ Bitcoin Cash เห็นว่ามีบางโหนดที่ปันใจตีจากไปหาเหรียญอื่น ๆ นั่นทำให้จำนวนของเครือข่ายรวมถึงประสิทธิภาพของการยืนยันธุรกรรมลดลงไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น ผมเป็นเจ้าของโหนดและมีพลังของคอมพิวเตอร์ในมือมหาศาล เวลาที่ผมทำการสุ่มตัวเลขเพื่อตอบโจทย์สมการหรือ (Hash Function) นั้นจะทำได้รวดเร็วกว่า แต่หากผมหนีไปขุดเหรียญอื่น โหนดที่เหลืออยู่ดันมีกำลังไม่มากพอในการสุ่มตัวเลขด้วยความเร็วสูงแบบนี้ เท่ากับว่าการยืนยันธุรกรรมในระบบนี้จะใช้เวลานานไปด้วย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่าย BCH คือการมุ่งไปที่การปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานของ BCH ให้ดีมากยิ่งขึ้นแทน

           ตามแผนการระดมทุนบริจาคคือพวกเขาต้องการ 2-3% จนถึงปี 2564 และต้องการ 1% หลังจากปีนั้น ซึ่งคิดว่าน่าจะเพียงพอที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็ง ช่วยให้ BCH เป็นเครือข่ายที่น่าเชื่อถือมากขึ้นในอนาคต

Graphene version 2

           คือการพัฒนาระบบเดิมโดยมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงประสิทธิภาพของโปรโตคอล Graphene เป็นหลัก การดำเนินการนี้จะเกิดขึ้นในสองขั้นตอนที่แตกต่างกัน ในระยะแรกคือเพิ่มประสิทธิภาพของโปรโตคอล Graphene โดยการปรับปรุงประสิทธิภาพของโปรโตคอลที่มีอยู่เดิมโดยจะทำให้ความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในช่วงที่สองของการนำไปใช้งาน ส่วนขยายเพิ่มเติมนี้จะถูกเพิ่มไปยังโปรโตคอล Graphene ทำให้มีประโยชน์มากขึ้นในเครือข่าย BCH นั่นเองครับ

อนาคตของ Bitcoin Cash จะไปในทิศทางไหน

           จากที่กล่าวไปข้างต้นว่าการ Halving ใน Bitcoin Cash นั้น ผลลัพธ์ของมันผิดคาดไปพอสมควร ทำให้หลายโหนดล้มเลิกและหนีไปขุดเหรียญอื่นซึ่งอาจจะคุ้มค่ากับการลงทุนมากกว่า แต่โชคดีที่สินทรัพย์ดิจิทัลนั้นมีการปรับตัวของราคาขึ้นมาอย่างต่อเนื่องรวมถึง BCH ด้วย ทำให้นักพัฒนาและนักขุดทั้งหลายเลือกที่จะสู้ต่อไปกับความเชื่อมั่นว่าวันหนึ่ง BCH จะกลับมายิ่งใหญ่ตามที่เคยวาดฝันเอาไว้ และกำลังจะพัฒนาระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย เช่นการ double-spend เป็นต้น การมุ่งมั่นพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอแบบนี้ เหมือนกับว่าเครือข่ายทั้งหมดกำลังซุ่มเตรียมพร้อมและอยากกลับมาเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งทั้งในมุมของปัจจัยพื้นฐานรวมถึงการเป็นขาขึ้นครั้งใหญ่ของราคา Bitcoin Cash ก็ได้ เราจึงอยากให้นักลงทุนทุกท่านจับตามองเอาไว้ให้ดีครับ เมื่อโอกาสมาถึง คุณจะได้ไม่พลาดขาขึ้นรอบใหญ่ของมันอีกครั้งหนึ่งครับ